[IMG]http://www.uppicweb.com/i/is/20091008_021644.png[/IMG]
อ้างจากคุณ fathai9
ประสบการณ์ของคุณอิสหาก ฟูกูโอกะ สวยงามน่าประทับใจมาก ในอิสลามมีความโรแมนติกที่หวานชื่นอยู่มากมาย ถ้ารู้จัก เข้าใจ และเข้าถึง
ประการแรก หากเราชอบพอสตรีมุสลิมคนใดก็ตาม ให้เราเข้าไปสอบถามพ่อแม่ของนาง
เช่น นางมีนิสัยอย่างไร ? เรื่องศาสนาปฏิบัติเคร่งครัดหรือไม่ ? มีข้อเสีย หรือข้อตำหนิ
อย่างไร ? อาทิเช่น เป็นคนขี้เกียจ,เป็นคนไม่ขยัน,เป็นคนไม่ค่อยรักษาความสะอาดหรือ
ไม่? เป็นต้น, รวมทั้งศาสนายังสงเสริมให้ถามพ่อแม่ หรือผู้ปกครองของนางเกี่ยวกับสิ่ง
ตำหนิตามร่างกาย เช่น นางมีข้อตำหนิอะไรบ้าง ? เช่นนางอาจมีปานสีแดงตรงบริเวณหัว
เข่า, นางมีแผลเป็นบริเวณหน้าท้อง เป็นต้น, ครั้นเมื่อฝ่ายชายมาถามพ่อแม่ หรือผู้
ปกครองฝ่ายหญิงแล้ว วาญิบที่พ่อแม่ หรือผู้ปกครองของฝ่ายหญิงจะต้องตอบคำถาม
ตามความเป็นจริง แม้ว่าโรคที่สังคมรังเกียจก็ต้องบอกให้แก่ฝ่ายชายรู้นะครับ ทั้งนี้เพื่อให้
ฝ่ายชายกลับไปพิจารณาว่าจะรับข้อบกพร่องของนางได้หรือไม่ ? ฉะนั้นข้อมูลของฝ่าย
หญิงจึงถูกต้องค่อนข้าง 100 % เพราะคนที่รู้จักผู้หญิงที่เราจะอยู่กินกับนางในอนาคตคง
ไม่มีใครรู้ดีไปกว่าพ่อแม่ หรือผู้ปกครองของนางเป็นแน่ (แนวทางนี้ส่งเสริมให้ฝ่ายหญิง
หาข้อมูลจากพ่อแม่ของฝ่ายชายที่มาสู่ขอเช่นกัน)
ฟัตวาของยีมุรีดที่ยกมานี้ผิดพลาด บกพร่องมากนะครับ การเอาตำหนิไฝ ฝ้า ราคี อ้วน
อวบ ผอม ฯลฯ ของสตรีไปเปิดเผย จะด้วยวาจาหรือรูปถ่ายไม่สมควรทั้งนั้น ตรงข้ามการ
ปกปิดเรื่องน่าอายของมุสลิม เป็นสิ่งที่อัลลอฮฺ(ซ.บ)พอใจ อัลลอฮฺ(ซ.บ)จะปกปิดเรื่องน่า
อายของเราในวันกิยามะฮฺ
กรณีของการคบหา การดูตัวเพื่อการสู่ขอ ขอยกให้กรณีของคุณอิสหากเป็นตัวอย่างที่
ชัดเจน สวยงาม ถูกต้อง ชอบธรรม สมบูรณ์แบบมาก ส่วนกรณีของผม ใช้เวลาไม่มากเท่า
ของคุณอิสหาก แต่ก็ จบลงด้วยการแต่งงานเมื่อปี 2537 และยังคงเป็นไปเหมือน
นิทานหลายๆเรื่องที่จบคล้ายๆกันว่า ทั้งสองได้ครองรักกันอย่างมีความสุขตลอดไป อินชา
อัลลอฮฺ
******************************************************************************************
ผมเห็นด้วยกับคุณ ฟ้าไทครับ