ไม่มีรูปแสดง
มีบางคนบอกว่า ในอิสลามไม่มีระบบหาแฟนด้วย
การตามจีบ ตามง้อจนทำให้อีกฝ่ายตกหลุมรักก่อนที่จะได้นิ
กะฮฺหรือแต่งงานกัน ดังนั้นการมีแฟน(ก่อนแต่ง)เป็นบาปใน
ทัศนะของอิสลาม
จึงขอถามว่า มุสลิม(ไม่ว่าชายหรือหญิง) มีแฟนก่อนแต่ง บาปมั้ย ข้องใจจัง
รูปแสดง
http://mureed.com/mr_talk/b_sele.asp
คำถามที่ : 1889คำถาม : ความผิดจากการคบกันระหว่างชาย-หญิง
อยากถาม อ.มุรีดดังต่อไปนี้คับผม1. ถ้าหากเราได้ทำผิดเนื่องจากการไปคบหญิงสาว ระหว่างนั้นก็มีการจับมือ หอมแก้ม โดยที่ผู้ปกครองทั้งสองฝ่ายยังมิได้รับทราบ อยากรู้ว่าความผิดดังกล่าวนั้นเทียบเท่ากับการทำซินาหรือเปล่า และเป็นความผิดเล็กน้อยหรือความผิดใหญ่ ช่วยกรุณายกหลักฐานให้เข้าใจด้วยคับผม เรื่องนี้เป็นเรื่องที่มุสลิมวัยรุ่นส่วนใหญ่มีความผิดพลาดกันอย่างมาก อยากให้อ.ช่วยตอบให้กระจ่างแจ้ง เพื่อคนอื่นๆ จะได้รับทราบด้วยครับby: อับดุลลอฮฺ - apinan_17@hotmail.com - 3/5/2005
-------------------------------------------------------------------------------
คำตอบ : อัสสลามุอะลัยกุมครับคุณอับดุลลอฮฺคำถาม ถ้าหากเราได้ทำผิดเนื่องจากการไปคบหญิงสาว ระหว่างนั้นก็มีการจับมือ หอมแก้ม โดยที่ผู้ปกครองทั้งสองฝ่ายยังมิได้รับทราบ อยากรู้ว่าความผิดดังกล่าวนั้นเทียบเท่ากับการทำซินาหรือเปล่า และเป็นความผิดเล็กน้อยหรือความผิดใหญ่ ช่วยกรุณายกหลักฐานให้เข้าใจด้วยครับผม เรื่องนี้เป็นเรื่องที่มุสลิมวัยรุ่นส่วนใหญ่มีความผิดพลาดกันอย่างมาก อยากให้อ.ช่วยตอบให้ กระจ่างแจ้ง เพื่อคนอื่นๆ จะได้รับทราบด้วยครับ?คำตอบ
บทบัญญัติว่าด้วยการมอง1. อิสลามห้ามมองเอารเราะฮฺของบุคคลอื่นท่านรสูลุลลอฮฺกล่าวไว้ว่า " لا ينظر الرجل إلى عورة إلى عورة الرجل ولا المرأة إلى عورة الموأة " ความว่า "ไม่อนุญาตให้ผู้ชายมองเอาเราะฮฺ (สิ่งพึงสงวน) ของผู้ชาย และไม่อนุญาตให้ผู้หญิงมองเอาเราะฮฺของผู้หญิง " (บันทึกโดยมุสลิม) 2. การมองเพศตรงข้ามซ้ำแล้วซ้ำอีกท่านรสูลุลลอฮฺกล่าวว่า " การมองสตรีโดยมิได้ตั้งใจถือว่าไม่มีความผิด แต่หากมองซ้ำอีก (เป็นครั้งที่สอง) ถือว่ามีความผิด " (บันทึกโดยติรมิซีย์) อีกหะดีษบทหนึ่งท่านรสูลุลลอฮฺกล่าวว่า " การทำซินา (การละเมิดประเวณี) ทางสายตา คือการมอง(สิ่งหะรอม) " (บันทึกโดยติรมิซีย์)
จากหะดีษทั้งสามข้างต้นเป็นการบ่งชี้ว่า ศาสนาไม่อนุญาตมองเพศตรงข้าม อย่าว่าแต่มองเอาเราะฮฺของเพศตรงข้ามเลยครับ แม้กระทั่งการมองหน้าเพศหญิงศาสนายังอนุญาตให้มองเพียงครั้งแรกเท่านั้น หากมองซ้ำอีกเป็นครั้งที่สองก็ถือว่ามีความผิด (นักวิชาการลงความเห็นว่า หากมองครั้งแรกแต่มองนาน เช่นนี้ก็ถือว่ามีความผิดเช่นกัน) ฉะนั้นการชมภาพยนต์โป๊ศาสนาจึงไม่อนุญาตให้ชมโดยเด็ดขาด เพราะนั่นเป็นการมองเอาเราะฮฺของคนอื่นครับบทบัญญัติว่าด้วยการจับมือเพศตรงข้ามการนำเหล็กแหลมทิ่มที่ศีรษะของเรายังดีกว่าการจับมือเพศตรงข้าม (ที่แต่งงานกับเราได้) ท่านรสูลุลลอฮฺกล่าวว่า " لأن يطعن في رأس أحدك بمخيط من حديد خير له من أن يمس امرأة لا تحل له " ความว่า "การที่บุคคลหนึ่งในหมู่พวกท่านถูกเหล็กแหลมทิ่มที่ศีรษะ (ของพวกท่าน) ยังดีกว่าการที่จะไปสัมผัสสตรีที่นางไม่เป็นที่อนุมัติสำหรับเขา (หมายถึงผู้หญิงที่แต่งงานกับเขาได้)" (บันทึกโดยอัฏเฏาะบะรอนีย์,อัลบัยหะกีย์) ดังนั้นเรื่องการจับมือเพศตรงข้ามยังไม่อนุญาตเลยนะครับ นับประสาอะไรกับกอด หรือการจูบเพศตรงข้ามที่แต่งงานกับเราได้ (โดยที่เรายังมิได้แต่งงานกัน) จะเป็นที่อนุญาตนะครับจริงอยู่ครับ การจับมือเพศตรงข้ามครั้งหนึ่ง หรือไปกอดเพศตรงข้าม (ที่แต่งงานเราได้) เพียงครั้งเดียว อาจจะเป็นบาปเล็ก แต่ถ้าทำเป็นบ่อยๆ ครั้งก็จะกลายเป็นบาปใหญ่ทันที กระนั้นก็ตาม ผมก็จะตอบให้วัยรุ่นรู้ว่าสิ่งใดที่สื่อไปสู่การทำซินา วาญิบจะต้องออกห่างโดยเด็ดขาด การกอดจูบ,การจับมือเพศตรงข้ามที่แต่งงานกับเราได้นั้นเป็นสื่อนำไปสู่การทำซินานั่นเองนะครับ ดั่งที่พระองค์อัลลอฮฺทรงตรัสไว้ว่า " ولا تقربوا الزني إنه كان فاحشة وساء سبيلا " ความว่า "และอย่าเข้าใกล้การทำซินา แท้จริงการทำซินาเป็นสิ่งลามก และหนทางที่ชั่วร้าย " (สูเราะฮฺอัลอิสรออ์ : 32) อนึ่ง ส่วนการทำซินามี 2 ประเภทคือ1. ซินาเล็ก หมายถึง การสัมผัสเพศตรงข้ามที่แต่งงานกับเราได้ ไม่ว่าจะเป็นการจับมือถือแขน, การกอด,การจูบ, การลูบคลำ หรืออื่นๆ การกระทำข้างต้นถือว่ามีความผิด แต่ไม่ถึงขั้นถูกลงโทษตามกฎหมายอิสลาม2. ซินาใหญ่ หมายถึง การที่อวัยวะเพศชายล่วงล้ำเข้าไปในอวัยวะเพศหญิง เช่นนี้ถือว่ามีความผิด เป็นบาปใหญ่ ซึ่งต้องได้รับการลงโทษตามกฎหมายอิสลามด้วย กล่าวคือ หากบุคคลที่ทำซินาใหญ่เป็นโสด ให้เฆี่ยนด้วยแส้ 100 ครั้ง แต่ถ้าเป็นบุคคลที่แต่งงานแล้วมีครอบครัวแล้วทำซินาใหญ่ก็ให้ฝังบุคคลผู้นั้นครึ่งตัวแล้วขว้างด้วยก้อนหินจนกระทั่งเสียชีวิตนะครับ สรุปที่ถามคือ หากยังไม่ขั้นอวัยวะเพศชายล่วงล้ำเข้าไปในอวัยวะเพศหญิงนั้นก็ไม่ถูกลงโทษตามกฎหมายอิสลามดั่งที่กล่าวมาข้างต้น อนึ่ง หากถามว่าแล้วถ้าบุคคลหนึ่งทำซินาเล็กซึ่งอาศัยอยู่ในประเทศที่ใช้กฏหมายอิสลามจะว่าอย่างไร? เช่นนี้ก็แล้วแต่กอฎีย์ (ผู้ตัดสิน) แต่ละประเทศนั้นๆ จะกำหนดบทลงโทษบุคคลที่กระทำซินาเล็กเพื่อเป็นการตักเตือนอย่างไรก็ได้ครับ เช่นอาจจะให้จำคุกเป็นเวลา 1 เดือน ทำนองนี้เป็นต้น เนื่องจากศาสนามิได้ระบุโทษไว้นั่นเองครับ
. والله أعلم بالصواب والسلام
คำถาม
ตอนนี้อยู่กับแฟนเรายังไม่ได้นิกาหฺกันและเราก็ได้มีเพศสัมพันธ์กันแล้ว เขาเบ็นมุสลิมแต่ไม่เคร่งเลยรู้เกี่ยวกับอิสลามน้อยมาก เสเพลมากแต่เรารักกัน, ฉันเป็นคนที่เรียนจบชั้นศาสนาปี7 ทุกคนทางบ้านเคร่งมากและทางบ้านฉันก็ไม่ยอมรับเขา แต่ฉันได้กับเขาแล้วทางบ้านฉันก็ไม่รู้ด้วยฉันคิดจะเตาบะฮฺแต่เวลาเขามาเราก็มีอะไรกันทุกครั้งฉันทำตัวเลวมากหากทางบ้านรู้เขาคงเสียใจมากฉันไม่รู้จะทำอย่างไรดีจะเลิกกับเขาก็ทำไม่ได้อยากจะถามว่าหากฉันจะนิกาหฺโดยที่ทางบ้านไม่รู้ถือว่าใช้ได้ไหม และหากนิกะกันแล้วเราจะอยู่ด้วยกันได้ไหม? เพราะฉันอยากจะเตาบะฮฺ และนิกาหฺกับเขาเราจะได้ไม่ต้องมีเพศสัมพันธ์กันแบบซินาเพราะฉันรู้ว่ามันเป็นบาปใหญ่ต้องเตาบะฮฺตัวฉันกลัวมากไม่รู้จะทำอย่างไรดีขอคำตอบแบบด่วนๆ ขอบคุณที่ชี้แนะ? คำตอบ
คืออย่างนี้ อย่าว่าผมอย่างโน้นอย่างนี้เลยนะครับ ผมไม่เคยนึกเลยว่า สังคมมุสลิมที่ดูประหนึ่งเป็นสังคมที่เข้มแข็ง เนื่องจากเรามีคำสอนที่เข้มงวดและชัดเจน แต่ยังมีวัยรุ่นมุสลิมที่ยังไม่สามารถทัดทานอารมณ์ใฝ่ต่ำของตนเอง หากวัยรุ่นมุสลิมในปัจจุบัน เพียงแค่ครึ่งหนึ่งในประเทศไทยเป็นวัยรุ่นที่หลงมั่วเมา หรือหลงอยู่กับความสุขบนโลกดุนยา เราคงไม่ต้องหวังอะไรกับมุสลิมในอนาคตว่าจะมีศักยภาพเป็นเช่นไรนะครับคำถามของคุณNuiเป็นคำถามที่สะท้อนถึงวิถีชีวิตของวัยรุ่นมุสลิมในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี ซึ่งผมจะตอบทีละประเด็น และจะพยายามตอบให้คุณNuiเลิกทำซินานะครับ1. อย่าว่าแต่การทำซินาเลยนะครับ แม้แต่การสัมผัสมือเพศตรงข้ามศาสนายังไม่อนุญาตอีกทั้งยังเปรียบเทียบไว้ว่า หากชายหนึ่งจะสัมผัสมือเพศตรงข้ามที่แต่งงานกับเขาได้นั้น การใช้เหล็กแหลมทิ่มที่ศีรษะของเขายังดีเสียกว่า ท่านรสูลุลลอฮฺกล่าวว่า " لأن يطعن في رأس أحدك بمخيط من حديد خير له من أن يمس امرأة لا تحل له " ความว่า "การที่บุคคลหนึ่งในหมู่พวกท่านถูกเหล็กแหลมทิ่มที่ศีรษะ (ของพวกท่าน) ยังดีกว่าการที่จะไปสัมผัสสตรีที่นางไม่เป็นที่อนุมัติสำหรับเขา (หมายถึงผู้หญิงที่แต่งงานกับเขาได้)" (บันทึกโดยอัฏเฏาะบะรอนีย์,อัลบัยหะกีย์) ฉะนั้นเราแทบไม่ต้องคิดเลยนะครับว่า โทษของการทำซินานั้นจะหนักหนาสาหัสสากรรจ์สักปานใด"ซินาใหญ่" หมายถึง การที่อวัยวะเพศชายล่วงล้ำเข้าไปในอวัยวะเพศหญิง เช่นนี้ถือว่ามีความผิดซึ่งเป็นบาปใหญ่ โดยต้องได้รับการลงโทษตามกฎหมายอิสลามด้วย กล่าวคือ หากบุคคลที่ทำซินาใหญ่เป็นโสด ให้เฆี่ยนด้วยแส้ 100 ครั้ง แต่ถ้าเป็นบุคคลที่แต่งงานแล้วมีครอบครัวแล้วทำซินาใหญ่ก็ให้ฝังบุคคลผู้นั้นครึ่งตัวแล้วขว้างด้วยก้อนหินจนกระทั่งเสียชีวิตดังนั้นผมเองไม่เคยรู้จักคุณNuiเป็นการส่วนตัว แต่อย่างน้อยที่สุดคุณNuiก็เป็นพี่น้องในศาสนาเดียวกับผม, ผมจึงอยากต้องขอตักเตือนให้คุณNuiรู้ว่า การที่เราทำซินาใหญ่เพียงครั้งเดียว หากเป็นรัฐบาลที่ปกครองด้วยระบอบอิสลาม คุณNuiจะต้องถูกเฆี่ยน 100 ครั้ง ภายหลังที่คุณได้เตาบะฮฺตัวแล้ว แต่ถ้าคุณNuiยังทำซินาใหญ่อีก คุณNuiก็ต้องถูกลงโทษด้วยการโบยด้วยแส้ 100 ครั้งอีกเช่นเดิม ถ้าเช่นนั้นคุณNuiก็ลองคิดดูก็แล้วกันว่าเราทำซินามาแล้วกี่ครั้ง ก็ให้นำจำนวนนั้นไปคูณหนึ่งร้อย ก็จะได้จำนวนที่ถูกโบยด้วยแส้นะครับ แต่ด้วยเมืองไทยไม่ถูกลงโทษด้วยการเฆี่ยนหรือโบยตามกฎหมายอิสลาม เช่นนั้นเราก็ต้องถูกลงโทษในวันกิยามะฮฺ ซึ่งไม่ต้องนึกภาพเลยนะครับว่า มันจะรุนแรงและน่ากลัวเพียงใด ลองมาพิจารณาดูบทลงโทษที่เบาที่สุดในวันกิยามะฮฺดูก็แล้วกัน ท่านนุอฺมาน บุตรของบะชีรฺ เล่าว่า ฉันได้ฟังท่านรสูลุลลอฮฺกล่าวในสภาพที่คุฏบะฮฺว่า " إن أهون أهل النار عذابا يوم القيامة لرجل توضع فى أخمص قدميه جمرتان يغلي منهما دماغه " ความว่า "แท้จริงชาวนรกที่มีโทษเบาที่สุดในวันกิยามะฮฺคือ ชายผู้หนึ่งที่ถ่านไฟสองก้อนจะถูกวางลงในอุ้งเท้าทั้งสองข้างของเขา แต่ (ทำให้) สมองเดือดอันเนื่องจากถ่านไฟทั้งสอง" (บันทึกโดยบุคอรีย์,มุสลิม และติรฺมิซีย์) นั่นคือโทษที่เบาที่สุดในวันกิยามะฮฺ แล้วโทษหนักอย่างบุคคลที่ทำซินาจะรุนแรงและน่าสะพึงกลัวแค่ไหนนั้นก็ลองคิดดูก็แล้วกัน ฉะนั้นโปรดอย่าอยู่กับความสุขบนโลกดุนยา ซึ่งเป็นโลกที่เราจะอยู่แค่ชั่วคราวเท่านั้น แต่โลกที่ถาวรกว่านั้นคือโลกอาคิเราะฮฺต่างหากที่เราจะอยู่อย่างถาวรตลอดไป2. เมื่อเรารู้ถึงโทษที่หนักอึ้งและรุนแรงของการทำซินาไปแล้ว ประการต่อมาคือ เราจะต้องเตาบะฮฺในบาปที่เราได้กระทำมาอย่างมากมายนั้นทันที วิธีการเตาบะฮฺ ประการแรก ให้เราเสียใจในสิ่งที่เรากระทำความผิดมาในอดีต ประการที่สอง ให้เราละทิ้งการกระทำความผิดนั้นทันที (หมายถึงเลิกทำซินาทันที) ประการที่สาม เราจะต้องไม่หวนกลับไปทำซินาอีกเป็นอันขาด หากเรากระทำครบทั้งสามข้อถือว่าเราเตาบะฮฺตัวยังพระองค์อัลลอฮฺแล้วนะครับ3. เมื่อเราเตาบะฮฺตัวแล้ว จึงเป็นไปไม่ได้ที่เราจะคบแฟนของเราอยู่อีกนะครับ (ซึ่งอิสลามก็ไม่มีระบบแฟนอยู่แล้ว) เพราะเห็นคุณNui บอกว่าทุกครั้งที่เจอเขาคุณกับเขาจะต้องมีเพศสัมพันธ์กันทุกครั้งไป ซึ่งประเด็นนี้ละครับที่ผมถือว่าเป็นอันตรายอย่างยิ่ง เพราะสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เราทำซินาก็คือแฟนของเรานั่นเอง ฉะนั้นประเด็นนี้เราต้องเลือกแล้วละครับว่า ระหว่างแฟนที่เราอยู่กับเขาแล้วเราก็ทำซินากับเขาอยู่ร่ำไป กับการที่เราเลิกคบกับเขา และเลิกทำซินาเป็นบ่าวที่ดีต่อพระองค์อัลลอฮฺ เราจะเลือกแบบไหน? ซึ่งคำถามข้างต้นคือชีวิตของเราจริงๆ วาญิบที่จะต้องเลือกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้นะครับ4. สมมติว่า คุณNuiคุยกับแฟนของคุณว่าเราจะเลิกทำซินา ฝ่ายแฟนของคุณก็เห็นดีด้วยว่าจะต้องเลิกทำซินา เช่นนี้ก็ให้เราทั้งสองเตาบะฮฺ ภายหลังจากนั้นจะต้องระมัดระวังการไปมาหาสู่ซึ่งกันและกันนะครับ เพราะการที่แฟนของเรามาที่ห้องพักเราโดยอยู่ด้วยการสองต่อสองก็ไม่ได้เช่นกัน ท่านรสูลุลลอฮฺกล่าวไว้ว่า " لا يخلون رجل بامرأة إلا كان ثالثهما الشيطان " ความว่า "ไม่อนุญาตให้ชายหนึ่งหญิงหนึ่งอยู่กันตามลำพัง ยกเว้นชัยฏอนจะเป็นบุคคลที่สาม" (บันทึกหะดีษโดยติรฺมิซีย์) ฉะนั้นหากเราจะคบเขาอยู่ก็ต้องคบบนพื้นฐานแห่งอิสลามเท่านั้นนะครับ5. เมื่อทั้งคู่ยอมเตาบะฮฺตัวแล้ว และแยกกันอย่างชัดเจน ประเด็นต่อมาคือประเด็นของการแต่งงานนั่นแหละครับ คุณNuiจะต้องให้แฟนของคุณมาสู่ขอคุณกับวะลีย์ (ผู้ปกครอของคุณ) อย่างเป็นทางการ หรือไม่คุณNuiจะต้องยื่นความจำนงให้ทางบ้านทราบว่าเราต้องการจะแต่งงาน โดยอธิบายถึงสาเหตุความจำเป็นต่างๆ นานาที่จะมีน้ำหนักให้รู้ว่าทำไมเราจึงต้องการจะแต่งงาน ยิ่งครอบครัวของคุณเป็นครอบครัวที่เคร่งครัดในศาสนา ผมว่าไม่น่าจะมีปัญหาแต่ประการใดทั้งสิ้น6. สมมติว่ามีปัญหานั่นหมายถึงจะด้วยเหตุผลกลใดก็ตามที ทางบ้านของคุณยังไม่อนุญาตให้คุณแต่งงาน เช่นนี้เราจะพาแฟนของเราไปแต่งงานที่อื่นโดยไม่ให้วะลีย์ (ผู้ปกครอง,พ่อ) ของเราทราบนั้นไม่ได้นะครับ เพราะการแต่งงานที่ไม่มีวะลีย์ หรือวะลีย์มีแต่วะลีย์ไม่รู้ หรือไม่ยอมรับทั้งๆ ที่วะลีย์ยังมีชีวิตอยู่นั้น การแต่งงานนั้นถือว่าใช้ไม่ได้นะครับ ท่านรสูลุลลอฮฺกล่าวไว้ว่า " لا نكاح إلا بولي " ความว่า "ไม่ถือว่าเป็นการนิกาหฺ เว้นแต่จะต้องมีวะลีย์เท่านั้น" (บันทึกโดยติรฺมิซีย์)7. ความจริงแล้วหากทางบ้านยังไม่พร้อมให้คุณ Nui แต่งงานอาจจะเนื่องด้วยคุณกำลังศึกษาอยู่นั้น ก็ไม่ถือว่าเป็นเรื่องแปลกนะครับ เพราะความเป็นจริงคุณควรจะเรียนให้จบก่อนแล้วค่อยแต่งงานก็ได้ แต่เนื่องจากคุณกระทำความผิดที่ร้ายแรงนั่นเอง จึงต้องไปเกี่ยวโยงกับประเด็นอื่นอีกหลายประเด็นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้นะครับ 8. สรุปคือ ผมแนะนำให้อย่างนี้นะครับ ประการแรกเริ่มก่อนเลยคือ ให้คุณNuiเลิกทำซินาใหญ่เป็นอันดับแรก เพราะการทำซินาใหญ่เป็นบาปใหญ่ที่มีความผิดที่รุนแรงยิ่ง หากคุณยังทำซินาใหญ่เป็นกิจวัตรอยู่อย่างนี้ แล้วคุณเกิดเสียชีวิตในช่วงเวลานี้คุณจะยืนต่อหน้าพระองค์อัลลอฮฺในวันกิยามะฮฺได้อย่างไรครับ ฉะนั้นคุณ Nui จะต้องเด็ดเดี่ยวและใจแข็งในเรื่องการเลิกทำซินาใหญ่ให้ได้อย่างเด็ดขาดนะครับ ครั้นเมื่อเราเลิกทำซินาใหญ่สำเร็จแล้ว หลังจากนั้นเราก็ค่อยๆ คิดว่าจะทำอย่างไรต่อไป เช่น ให้ฝ่ายชายไปขอเรากับวะลีย์ของเรา และเราก็พยายามพูดให้เหตุผลว่าทำไมเราจึงต้องการที่จะแต่งงาน อินชาอัลลอฮฺ ผมเชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นภายหลังที่เราเลิกทำซินาใหญ่ได้แล้วจะมีแนวทางไปสู่การแก้ไขที่ราบรื่น ส่วนตัวคุณNuiก็ต้องไม่ใช้ชีวิตแบบเสเพลเหมือนในอดีตอีกแล้วนะครับ พยายามปฏิบัติอะมัลอิบาดะฮฺ (การงานต่างๆ) ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ทั้งนี้หวังว่าจะช่วยทำให้ความดีเหล่านั้นมีผลทดแทนช่วยเราในสิ่งที่เราเคยกระทำความผิดอันมหันต์ในอดีตนะครับ แล้วผมจะช่วยขอดุอาอฺให้ด้วยนะครับ. والسلام
by: มุรีด ทิมะเสน - mureed@mureed.com - 4/5/05 10:30
อัสลามุอาลัยกุมคุณฟ้าไทยครับ
หวังว่าการกล่าวอ้างคำตอบของอาจารย์มูรีดในการกล่าวถึงเรื่องอุกุ่มการมีแฟนที่ท่านอ้างมาประโยคเดียว แล้วมาสรุปว่าอาจารย์ไม่มีหลักฐานกล่าวอ้างแล้วมาเปรียบว่า ท่านอ้างหลักฐานแล้วกับสิ่งที่ท่านอูกุ่มผมนั้น..ท่านคงจะยอมรับและรู้ชัดเจนแล้วนะครับว่า...ทุกอย่างที่ใครจะฮูกุ่มอย่างไร แน่นอนต้องมีหลักฐานครับ
เพราะฉะนั้น....คงไม่มีการกล่าวอ้างแบบบางส่วนแล้วทิ้งบางส่วนของคนอื่นแล้วมาโพสจึงนำสู่ความเข้าใจผิดของพี่น้องนะครับ มันจะอธรรมคนอื่นโดยไม่รุ้ตัวเพราะเรา ก็อปมาไม่หมดครับ....แต่ผมคงไม่ต้องอ้างถึงกระทุ้ที่คุณอ้างให้ผมนะครับ...เพราะท่านคงจะยอมจำนนด้วยหลักฐานครับ
รักอัลลอฮ รักรอซูลก็จงน้อมรับซึ่งหลักการอย่างนอบน้อม หากจะมีการกล่าวค้าน อันนี้ก็คงต้องพิจารณาตัวเองแล่ะหล่ะครับ หากใครคิดเช่นนั้น
อ้อ..ยาซากัลลอฮฮุคอยรอนที่ตั้งคำถามมานะครับ
วัสลามุอาลัยกุม
หลายคนคงจะถามนะ
ถ้าเราไม่สามารถที่จะมีแฟนได้ ในการเลือกคู้ครองเราจะรู้ได้อย่างไรว่า ผู้หญิงที่เราเลือกนั้น เธอจะมีนิสัยยังงัย ต่อหน้าและหลับหลังเราเป็นยังงัย และที่สำคัญเธอจะเข้ากับครอบครัวของเราได้มัย และเราเองจะเขากับครอบครัวของเธอได้หรือปล่าว
------------------------------------
คำตอบ : วะอะลัยกุมุสสลามครับคุณจัสฟาร์
การเลือกคู่ครองในอิสลามศาสนามีบทบัญญัติเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้อย่างชัดเจนครับ, ส่วนผมจะตอบคำถามของคุณจัสฟาร์เท่าที่ถามมาเท่านั้นนะครับ
1. การเลือกคู่ครองเราไม่รู้ว่าเธอจะมีนิสัยอย่างไรทั้งต่อหน้าและลับหลัง ? แม้ว่าศาสนาไม่มีระบบแฟนก็ตามแต่หลักการของศาสนาดีกว่าและชัดเจน,เป็นจริงกว่าระบบแฟนหลายร้อยเท่าครับ ประการแรก หากเราชอบพอสตรีมุสลิมคนใดก็ตาม ให้เราเข้าไปสอบถามพ่อแม่ของนาง เช่น นางมีนิสัยอย่างไร ? เรื่องศาสนาปฏิบัติเคร่งครัดหรือไม่ ? มีข้อเสีย หรือข้อตำหนิอย่างไร ? อาทิเช่น เป็นคนขี้เกียจ,เป็นคนไม่ขยัน,เป็นคนไม่ค่อยรักษาความสะอาดหรือไม่? เป็นต้น, รวมทั้งศาสนายังสงเสริมให้ถามพ่อแม่ หรือผู้ปกครองของนางเกี่ยวกับสิ่งตำหนิตามร่างกาย เช่น นางมีข้อตำหนิอะไรบ้าง ? เช่นนางอาจมีปานสีแดงตรงบริเวณหัวเข่า, นางมีแผลเป็นบริเวณหน้าท้อง เป็นต้น, ครั้นเมื่อฝ่ายชายมาถามพ่อแม่ หรือผู้ปกครองฝ่ายหญิงแล้ว วาญิบที่พ่อแม่ หรือผู้ปกครองของฝ่ายหญิงจะต้องตอบคำถามตามความเป็นจริง แม้ว่าโรคที่สังคมรังเกียจก็ต้องบอกให้แก่ฝ่ายชายรู้นะครับ ทั้งนี้เพื่อให้ฝ่ายชายกลับไปพิจารณาว่าจะรับข้อบกพร่องของนางได้หรือไม่ ? ฉะนั้นข้อมูลของฝ่ายหญิงจึงถูกต้องค่อนข้าง 100 % เพราะคนที่รู้จักผู้หญิงที่เราจะอยู่กินกับนางในอนาคตคงไม่มีใครรู้ดีไปกว่าพ่อแม่ หรือผู้ปกครองของนางเป็นแน่ (แนวทางนี้ส่งเสริมให้ฝ่ายหญิงหาข้อมูลจากพ่อแม่ของฝ่ายชายที่มาสู่ขอเช่นกัน), นี่ถ้าเป็นระบบแฟนต่างก็โกหกนิสัยซึ่งกันและกัน เพราะต่างคนต่างต้องโกหกเพื่อให้อีกฝ่ายหนึ่งพึงพอใจตนเอง, แต่อิสลามกลับบอกสิ่งที่เหนือกว่าและยอดเยี่ยมกว่านะครับ ประการที่สอง ภายหลังที่เราสอบถามพ่แม่หรือผู้ปกครองของนางแล้วท่านรสูลุลลอฮฺยังสั่งให้พิจารณาเพื่อนสนิทของสตรีที่จะไปสู่ขอ เพราะอะไร เนื่องหากเพื่อนสนิทของนางเป็นคนดีมีศาสนาแล้วละก้อ นางก็เป็นคนดีมีศาสนาเช่นกัน ตัวอย่างเช่น คนอันธพาลก็มักจะมีเพื่อนเป็นคนอันธพาลด้วยกัน หรือคนติดยาเสพติดก็มักจะอยู่ในกลุ่มเพื่อนที่ติดยาเสพติดเหมือนกัน ซึ่งท่านรสูลุลลอฮฺกล่าวว่า "บุคคลหนึ่งอยู่บนศาสนาของเพื่อนของเขา ดังนั้นท่านจงพิจารณาบุคคลหนึ่งในหมู่พวกท่านจากบุคคลที่เป็นเพื่อนของเขาเถิด" (บันทึกโดยอบูดาวูด และติรฺมิซีย์), หุกุมนี้สั่งใช้ให้ฝ่ายหญิงพิจารณาเพื่อนของผู้ชายที่มาสู่ขอเช่นกัน
2. ส่วนเราจะเข้ากับครอบครัวของนางได้หรือไม่? หรือนางจะเข้ากับครอบครัวของเราได้หรือไม่นั้นไม่ใช่ประเด็นครับ,
ประเด็นอยู่ที่เราเป็นบุคคลที่มีศาสนาหรือเปล่า ? (หรือนางมีศาสนาหรือเปล่า?), หากเราไม่มีศาสนา นั่นก็หมายรวมว่าการอยู่ด้วยกันก็เกิดปัญหา ตัวอย่างเช่น ภายหลังที่เราแต่งงานกับผู้หญิงคนหนึ่งเราก็ย้ายไปอยู่บ้านเดียวกับนางซึ่งเป็นบ้านที่มีพ่อแม่ของนางร่วมอยู่ด้วย, รุ่งเช้าที่บ้านของนางตื่นนมาซศุบหฺ แต่เราไม่ตื่นนมาซศุบหฺเช่นนี้ก็เกิดปัญหาอย่างแน่นอน ดังนั้นสิ่งที่ผมเคยตอบไปแล้วนั้น คือศาสนาส่งเสริมให้เลือกคู่ครองของเราที่มีศานาเป็นอันดับแรก อินชาอัลลอฮฺปัญหาจะไม่เกิดขึ้นภายหลังนะครับ อนึ่ง หากคุณต้องการรู้เกี่ยวกับการเลือกคู่ครองอย่างละเอียดแนะนำให้คุณอ่านหนังสือของผมที่ชื่อ "การเลือกคู่ครอง" นะครับ วัลลอฮุอะอฺลัมบิศเศาะวาบ, วัสสลาม
-----------------------------------------
http://mureed.com/mr_talk/bview.asp?id=326
ประการแรก หากเราชอบพอสตรีมุสลิมคนใดก็ตาม ให้เราเข้าไปสอบถามพ่อแม่ของนาง เช่น นางมีนิสัยอย่างไร ? เรื่องศาสนาปฏิบัติเคร่งครัดหรือไม่ ? มีข้อเสีย หรือข้อตำหนิอย่างไร ? อาทิเช่น เป็นคนขี้เกียจ,เป็นคนไม่ขยัน,เป็นคนไม่ค่อยรักษาความสะอาดหรือไม่? เป็นต้น, รวมทั้งศาสนายังสงเสริมให้ถามพ่อแม่ หรือผู้ปกครองของนางเกี่ยวกับสิ่งตำหนิตามร่างกาย เช่น นางมีข้อตำหนิอะไรบ้าง ? เช่นนางอาจมีปานสีแดงตรงบริเวณหัวเข่า, นางมีแผลเป็นบริเวณหน้าท้อง เป็นต้น, ครั้นเมื่อฝ่ายชายมาถามพ่อแม่ หรือผู้ปกครองฝ่ายหญิงแล้ว วาญิบที่พ่อแม่ หรือผู้ปกครองของฝ่ายหญิงจะต้องตอบคำถามตามความเป็นจริง แม้ว่าโรคที่สังคมรังเกียจก็ต้องบอกให้แก่ฝ่ายชายรู้นะครับ ทั้งนี้เพื่อให้ฝ่ายชายกลับไปพิจารณาว่าจะรับข้อบกพร่องของนางได้หรือไม่ ? ฉะนั้นข้อมูลของฝ่ายหญิงจึงถูกต้องค่อนข้าง 100 % เพราะคนที่รู้จักผู้หญิงที่เราจะอยู่กินกับนางในอนาคตคงไม่มีใครรู้ดีไปกว่าพ่อแม่ หรือผู้ปกครองของนางเป็นแน่ (แนวทางนี้ส่งเสริมให้ฝ่ายหญิงหาข้อมูลจากพ่อแม่ของฝ่ายชายที่มาสู่ขอเช่นกัน),
ขอบคุณมากครับที่ตอบมา รบกวนขอหลักฐานในประเด็นที่ขีดเส้นใต้ด้วยครับ แต่กระทู้ที่ 1 ไม่ได้ถามว่ามีแฟนก่อนแต่งได้มั้ย เธอถามว่าได้ทำซีนาก่อนแต่งเสียแล้วจะทำงัยต่อไปดี คำตอบในกระทู้ที่ 2เป็นเรื่องซีนามีอะไรบ้าง ด้วยสายตา ด้วยมือ ด้วยลิ้น และมีโทษอย่างไร คำถามคำตอบที่คุณชะบ๊าบยกมานั้นไม่ตรงประเด็นที่ถามเท่าที่ควรนะครับ ไม่ใช่ผัวเมียนอกสมรส ไม่ใช่ได้เสียกันแล้ว ยังงัยรบกวนช่วยตอบให้ตรงประเด็นท่ข้องใจด้วยนะครับ
ถ้าไม่ได้มีการจับมือถือแขน แต่คบกัน รักกัน อยู่ในสายตาผู้ใหญ่ตลอดเวลา ไม่ได้อยู่กันตามลำพัง (ผมไม่ใช้คำว่าอยู่กันสองต่อสองเพราะงง 2ต่อ2ก็คือ 4)อย่างนี้ผิดมั้ย
ขอเชิญท่านอื่นด้วยนะครับ ที่จะให้ความเห็นเพิ่มเติม
เข้ามาแปลข้อความของคุณrayes เผื่อมีพี่น้องที่ไม่เข้าใจภาษามลาย
ชายดีย่อมคู่กับหญิงดี ชายชั่วย่อมคู่กับหญิงชั่ว
รูปของrayes โดนใจเด็กแนวมากมาย55++
บาป แต่ก็อย่างว่าอะนะ ...........
ไม่กล้าไปถามพ่อ-แม่ เธอนะครับ กลัวโดนด่าและอีกหลายๆอย่างกลับมา เฮ้อ เลยต้องโสดสนิดอย่างนี้
หญิงจันไร เหมาะกับชายจันไร
หญิงศรัทธาเหมาะกับชายศรัทธา
แต่งก่อนจีบ
สาวเอย..จะบอกให้
สาวนะสาว ถึงคราว เจ้าต้องรู้แล้วคิดดู ว่าใช่ หรือไรหนาอัลลอฮ์ทรง โกรธกริ้ว และโกรธาข้อที่ว่า เจ้าเมิน จนเพลินใจลืมหรือไร จงใจ กระไรเสียเห็นแล้วเพลีย หดหู่ ดูไฉนเจ้าถึงคิด เพียงน้อย ไม่ยั้งใจหรือทำไป แล้วดี มีคนมองทั้งสายเดี่ยว เกาะอก พกเช็ดหน้าว่าเป็นผ้า คาดอก ตลกหมองแล้วคิดว่า เคียงคู่ สู่ครรลองที่เพื่อนน้อง จูงไป ว่าใช่ดีจนละเลย ข้อห้าม และข้อใช้บัญญัติไว้ ลืมไป เสียแล้วนี่มุสลิมะห์ ทำซะ เสียโดยดีฮิญาบมี คลุมปก ปิดอกงามแล้วสวมใส่ เสื้อผ้า ที่มิดชิดโดยไม่ฟิต เกินควร เห็นหวงห้ามที่รัดรูป ตึงตาม ส่วนเว้างามใครเดินตาม แล้วรู้ ดูดีไม่ทั้งเอวคอด ลอยชาย อกผายผึ่งนึกไม่ถึง ว่าเจ้า จะกล้าใส่แล้วผ่าหน้า ผ่าหลัง และขวาซ้ายเจ้าว่าใช่ ทำไป ผิดทั้งเพข้อบัญญัติ ของเรา ที่เจ้าทิ้งแล้วไปวิ่ง ตามเขา ว่าเราเท่ดูเก่งกล้า กร้าวแกร่ง แข่งเสเพลเหมือนหญิงเล่ห์ ร้อยรัก มักในกาม
---------------------------------------------------
ขอแนะนำรวมบทความและแง่คิดhttp://www.moradokislam.org/modules.php?name=News&new_topic=21http://www.mureed.com/article/Shabab%5EArticle.htmlhttp://www.muslimzikung.com/zikung_forum/index.php?board=42.0&Itemid=97วัสลามุอาลัยกุม
กรณีของชายมุสลิม จะไปจีบหญิงมุสลิม ไปเที่ยวด้วยกัน ไปทานอาหารด้วยกัน
แต่ไม่ได้ไปกันตามลำพัง มีญาติของฝ่ายหญิง(ที่โตแล้วรู้เดียงสาแล้ว) เพื่อนๆของฝ่าย
หญิงไปด้วย โดยมีเงื่อนไขว่า จะไม่อยู่กันตามลำพัง ไม่คุยกันตามลำพังได้มั้ยครับ จะ
คุยอะไรก็ต้องมีญาติและหรือเพื่อนของเธออยู่ด้วยตลอดเวลา อย่างนี้ได้มั้ย
ว่าแต่ความสัมพันธ์มากน้อยแค่ไหนจึงจะบอกได้ว่าบาปหรือไม่บาป
เป็นผู้ชายที่รักลูกสาวของครอบครัวหนึ่ง จึงพยามเข้าไปมีส่วนร่มกับกิจกรรมใน
ครอบครัวของหญิงที่เขารัก ช่วยขุดดิน ดายหญ้า ทาสีบ้าน ซ่อมแซมบ้าน ส่งน้องสาว
น้องชายของหญิงคนรักไปโรงเรียน ทุกกิจกรรมที่เข้าไปมีส่วนร่วมได้เพื่อให้สาวเจ้า
และญาติของเธอพอใจเขา แต่เขาไม่ยอมให้อารมณ์หรือความต้องการของตนเองอยู่
เหนือหลักการศาสนา จะไม่คุยอะไรกับเธอ ถ้าไม่มีคนอื่นอยู่ด้วยเลย แม้กระทั่งโทรศัพธ์
จุดประสงค์ที่โทรก็เพราะอยากคุยกับเธอบ้าง แต่ถ้าโทรเข้าไปแล้ว คนแรกที่รับคือหญิง
สาวที่เขารัก เขาจะขอพูดสายกับคนอื่นก่อน เช่นป๋าอยู่มั้ย หรือมะอยู่มั้ย ได้คุยกับพ่อ
หรือแม่ของเธอแล้ว จึงขออนุญาตคุยกับเธอ คุย2-3 คำก็ลา อยู่ในขอบเขตของการ
ติดต่อระหว่างชายและหญิงที่แต่งงานกันได้ตลอดเวลาจนกระทั่งได้แต่งงานกัน ทำ
อย่างนี้บาปมั้ย
มีประสบการณ์เรื่องมีแฟน อาจไม่สมบูรณืแบบนะครับ เพราะความรู้ศาสนาน้อย ผมคบกับแฟนห้าปี ก่อนแต่งงาน เพราะโดยส่วนตัวอยากรู้จักแฟนให้มากๆ ก่อนแต่งงาน และก็อยากให้ผู้หญิงรู้จักเราให้มากเช่นกัน เพื่อให้แน่ใจกันและกันว่าเข้ากันได้ เพราะคิดว่าชีวิตคู่เป็นเรื่องที่สำคัญ ไม่อยากรู้จักกันวันแต่งงาน และไม่อยากรู้จักเพียงแค่เดือนสองเดือนแล้วแต่ง ไม่ชอบระบบผู้ใหญ่บังคับ เพราะคิดว่าเป็นเรื่องคนสองคนที่ต้องใช้ชีวิตร่วมกันทั้งชีวิต อยากรู้ตัวตนที่แท้จริงของกันและกัน ให้แน่ใจก่อน ตลอดเวลาที่คบกัน ผมบอกกับแฟนตลอดว่าถ้าคิดว่าเราไม่ใช่ ก็อย่าเกรงใจ ให้ปฏิเสธได้ทันที เพราะไม่อยากให้แต่งเพราะเกรงใจ แต่ยังงัยเราก็ไม่เปลี่ยนใจ
ระหว่างคบกับแฟน ญาติๆ แฟนชอบเชียร์ให้รีบๆ แต่ง เพราะกลัวฟิตนะ เราก็เข้าใจญาติผู้ใหญ่ แต่ตอนนั้นไม่พร้อม แค่อยากมีงานทำเป็นหลักเป็นแหล่งก่อน แค่นั้น เราก็ระวังเรื่องฟิตนะมาก ระหว่างคบกับแฟน รู้ว่าเราคบกันอยู่ แต่โทรหาเดือนละครั้ง ไม่เคยไปไหนสองต่อสอง ถ้าจะไปเที่ยวแม่ผมเองจะเป็นคนไปรับแฟน และจะไปเที่ยวกันทั้งบ้านครั้งละไม่ต่ำกว่าสิบคน ไปเที่ยวแต่ละครั้งคุยกันไม่เกินสิบประโยค ส่วนใหญ่แฟนจะคุยกับแม่และน้องสาวผม ผมรู้จักนิสัยแฟนจากแม่และน้องสาว คนในครอบครัวบอกว่าผู้หญิงคนนี้ใช่ ผมก็โอเค
ระหว่างคบกันผมไม่เคยเห็นหน้าแฟนเต็มๆ เพราะแฟนปิดหน้า เพราะครอบครัวแฟนออกดะวะครับ ก่อนคบกันผู้ใหญ่ขอให้เปิดหน้าให้ดู แฟนก็เปิด แต่ผมก็มองแบบเกรงใจ เพราะก็รู้ว่าผู้หญิงอาจจะอาย แล้วมาเห็นอีกทีวันไปขออย่างเป็นทางการ แต่ก็เห็นไม่เต็ม เพราะแฟนอาย นั่งก้มหน้า ผมก็ไม่อยากเห็นเท่าไร ในวันนั้น เพราะยังไม่ได้แต่งงานกัน ถึงแม้ศาสนาจะอนุญาตให้ดูหน้าได้ก่อนแต่ง แต่เราก็เข้าใจว่าผู้หญิงยังงัยก็มีความอาย ผมก็มองแว็ปเดียว จะเห็นหน้าเต็มๆ วันแต่งงานครับ ตื่นเต้นดี แต่เราก็รู้จักนิสัย กริยา วาจา รูปร่าง หน้าตา จากแม่ผมเองเป็นคนเล่าให้ฟัง และแม่ก็ฟันธงว่าใช่ ผมก็ใช่ละครับ แต่แม่ไม่ได้บังคับผมให้แต่งนะ ผมเป็นคนเลือกเองว่าชอบผู้หญิงคนนี้ แต่ยังงัยเราก็ต้องให้เกรียติผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย เพราะถึงแม้ว่าชีวิตคู่จะเป็นเรื่องของเราสองคน แต่เราสองคนก็มีพ่อแม่ที่เลี้ยงดูเรามา เราก็ควรคบกันในสายตาของผู้ใหญ่ เวลาผมไปบ้านแฟน ผมยังไม่คุยกับแฟนเลย แต่คุยกับว่าที่พ่อตาแทน สนุกดีครับเป็นแบบนี้จนถึงวันแต่งงานครับ
ถึงแม้เราจะคิดว่าเราไปไหนด้วยกันสองต่อสอง เราบริสุทธิ์ใจ เราจะคิดแค่เราบริสุทธิ์ใจไม่ได้นะครับ เพราะตามหลักศาสนามันไม่ถูกต้อง มันต้องบริสุทธิ์ใจ และถูกต้องด้วย เท่านี้แหละครับ ประสบการณ์
พึ่งจะมีโอกาสได้อ่านเรื่องราวความรักของคุณ ishak_fuk
ยินดีด้วยนะค่ะ....ขออัลลอฮฺเมตตาได้บุตรที่ดี...
นึกว่ายังไม่แต่งซะอีกเห็นว่าทำงานอยู่ที่ญี่ปุ่น....
ได้เห็นคนเค้ามีครอบครัวกันแล้วก็ชื่นใจ....ถึงแม้เราจะยังไม่ถึงเวลา....เฮ้อเศร้า.....
อ้อแล้วเจ้าของกระทู้คุณ fathai9 นิกะห์กับว่าที่เจ้าสาวยังค่ะ....
ประสบการณ์ของคุณอิสหาก ฟูกูโอกะ สวยงามน่าประทับใจมาก ในอิสลามมีความโรแมนติกที่หวานชื่นอยู่มากมาย ถ้ารู้จัก เข้าใจ และเข้าถึง
ประการแรก หากเราชอบพอสตรีมุสลิมคนใดก็ตาม ให้เราเข้าไปสอบถามพ่อแม่ของนาง
เช่น นางมีนิสัยอย่างไร ? เรื่องศาสนาปฏิบัติเคร่งครัดหรือไม่ ? มีข้อเสีย หรือข้อตำหนิ
อย่างไร ? อาทิเช่น เป็นคนขี้เกียจ,เป็นคนไม่ขยัน,เป็นคนไม่ค่อยรักษาความสะอาดหรือ
ไม่? เป็นต้น, รวมทั้งศาสนายังสงเสริมให้ถามพ่อแม่ หรือผู้ปกครองของนางเกี่ยวกับสิ่ง
ตำหนิตามร่างกาย เช่น นางมีข้อตำหนิอะไรบ้าง ? เช่นนางอาจมีปานสีแดงตรงบริเวณหัว
เข่า, นางมีแผลเป็นบริเวณหน้าท้อง เป็นต้น, ครั้นเมื่อฝ่ายชายมาถามพ่อแม่ หรือผู้
ปกครองฝ่ายหญิงแล้ว วาญิบที่พ่อแม่ หรือผู้ปกครองของฝ่ายหญิงจะต้องตอบคำถาม
ตามความเป็นจริง แม้ว่าโรคที่สังคมรังเกียจก็ต้องบอกให้แก่ฝ่ายชายรู้นะครับ ทั้งนี้เพื่อให้
ฝ่ายชายกลับไปพิจารณาว่าจะรับข้อบกพร่องของนางได้หรือไม่ ? ฉะนั้นข้อมูลของฝ่าย
หญิงจึงถูกต้องค่อนข้าง 100 % เพราะคนที่รู้จักผู้หญิงที่เราจะอยู่กินกับนางในอนาคตคง
ไม่มีใครรู้ดีไปกว่าพ่อแม่ หรือผู้ปกครองของนางเป็นแน่ (แนวทางนี้ส่งเสริมให้ฝ่ายหญิง
หาข้อมูลจากพ่อแม่ของฝ่ายชายที่มาสู่ขอเช่นกัน)
ฟัตวาของยีมุรีดที่ยกมานี้ผิดพลาด บกพร่องมากนะครับ การเอาตำหนิไฝ ฝ้า ราคี อ้วน
อวบ ผอม ฯลฯ ของสตรีไปเปิดเผย จะด้วยวาจาหรือรูปถ่ายไม่สมควรทั้งนั้น ตรงข้ามการ
ปกปิดเรื่องน่าอายของมุสลิม เป็นสิ่งที่อัลลอฮฺ(ซ.บ)พอใจ อัลลอฮฺ(ซ.บ)จะปกปิดเรื่องน่า
อายของเราในวันกิยามะฮฺ
กรณีของการคบหา การดูตัวเพื่อการสู่ขอ ขอยกให้กรณีของคุณอิสหากเป็นตัวอย่างที่
ชัดเจน สวยงาม ถูกต้อง ชอบธรรม สมบูรณ์แบบมาก ส่วนกรณีของผม ใช้เวลาไม่มากเท่า
ของคุณอิสหาก แต่ก็ นิทานหลายๆเรื่องที่จบคล้ายๆกันว่า ทั้งสองได้ครองรักกันอย่างมีความสุขตลอดไป อินชา อัลลอฮฺ
นิทานหลายๆเรื่องที่จบคล้ายๆกันว่า ทั้งสองได้ครองรักกันอย่างมีความสุขตลอดไป อินชา
อัลลอฮฺ
เรื่องของคุณ ishak_fuk น่ารักดี
ผมเห็นชื่อ khata มีรูปแมว นึกว่า มอมแมม เสียอีก
มาดูด้วยคน อยากรู้
"คนหล่อไม่จำเป็นต้องคู่กับคนสวยแต่คนดียังไงก็คู่กับคนดีค่ะ ^^"
------------------------------------------
ศาสนาพุทธเรียกว่า คู่เวรคู่กรรมค่ะ - -* ทำไรกะบาปไปหมด ชวนกันทำเลว แต่ถ้า
เค้าเรียกว่าคู่บุญ
-----------------------------------------------
แบ่งปันกันพอขำๆค่ะ ถ้ามีอะไรบกพร้องผิดพลาดหรือไม่เหมาะสมต้องขออภัยอย่างยิ่งค่ะ
ใกล้เคียงเลยครับ mayya02
ความรักที่แท้จริง จะเกิดขึ้น หลังจากแต่งงาน
แต่ความรักก่อนแต่งงาน มันคืออารมณ์ของมนุษย์ ซึ่งสัตว์เดรัจฉานทั่วๆไปก็มี
อิสลามสอนว่า แต่งงานก่อน ถึงจะรัก สร้างครอบครัวก่อน แล้วอัลลอฮจะบังเกิดซึ่งความรักในครอบครัวนั้นๆ
ยุคแห่งละคร อิทธิพลของดารา ทำให้ระบอบแฟนเข้าบ่อนทำลาย จริยธรรมอันดีงามของอิสลาม
ค่ะ ญิฮาดคือ หนทางไปสู่สวรรค์
แต่แฟนนั้นจะนำพาไปสู่เปลวไฟแห่งนรก
หากว่าแฟนนั้นคือ การคบค้าที่มีพฤติกรรมไปในแนวทางที่จะก่อให้เกิดฟิตนะฮ
แต่ถ้าการมีโอกาสพูดคุยเพื่อศึกษาถึงอิมาน.นิสัยใจคอ ทัศนคติ สำหรับคนที่เราประสงค์
จะเลือกเป็นคู่ครอง ซึ่งได้กระทำกันภายใต้ขอบเขตตามซุนนะฮซึ่งท่านนบีได้สั่งใช้ - ห้าม
ที่ได้กระทำเป็นแบบอย่างไว้แล้วละก็ คงไม่ผิดแต่อย่างใดค่ะ
แต่น่าจะเรียกว่า คู่หมาย มากกว่ เป็นแฟนนะคะ
คู่หมายก็คือ เป็นบุคคลที่มีเป้าหมายว่าต้องการศึกษานิสัยใจคอเพื่อ
ประสงค์จะใช้ชีวิตคู่ร่วมมกัน......ตลอดไปค่ะ
ถ้าพฤติกรรมของแฟนคือ...ไปเที่ยวเตร่หรืออยู่กันโดยลำพังสองต่อสอง
จับมือถือแขนเดินควง พูดจาพร่ำพรอดรักกัน
ไม่ว่าจะเป็นต่อหน้าหรือทางโทรศัพท์หรือใด ๆ ก็ตาม.
.ที่จะนำไปสู่ฟิตนะฮ..เช่นพฤติกรรมดังตัวอย่างข้างล่างนี้ละก็
มันเป็นการ หะรอม โดยชัดแจ้งค่ะ
[IMG]http://sl.glitter-graphics.net/pub/1527/1527988sruq6gt8sx.gif[/IMG]
ญาซากัลลอฮฺฮุคอยร็อนค่ะ ..พี่มอมแมม....เป็นแง่คิดเตือนสติได้ดีค่ะ...
เพราะสังคมปัจจุบันนี้มีมากเหลือเกิน....ที่เห็นหญิงชายวัยรุ่นมุสลิมเดินจับมือถือแขนกัน....
ก็ได้แต่คิดในใจว่าเขาคงนิกะห์กันแล้ว.....
.
อืมม ช่ายแล้ว
ทำไมแมวสองตัวนั้นมันยืนซะเบียดติดกันเลยล่ะ
ไม่ทราบว่ามันนิกะฮกันแล้วยังคะน้องแมวนูรฺ
ถ้ายังก็ช่วยเตือน ๆ หน่อยนะคะ
ทักทาย
ผมขอเตือนว่า ยังไงเสียก็อย่าทำแบบนี้นะครับ
เป็นถึงผู้พิพากษาศาสนา ยังลักลอบทำซีนาเลย
เชควาฮาบีแห่งซาอุฯ ทำซีนากับสาวใช้อินโดนีเซีย
ภาพขณะกำลังถอดกางเกงสาวใช้อินโดฯ
เชคฮาบีบ อับดุลเลาะฮฺ อัลอะศิเกาะฮ์ ( الشيخ حبيب عبدالله الأصقة ) อุละมาอ์วาฮาบีดำรงแหน่งกอฎี(ผู้พิพากษาศาสนา) ทางตอนเหนือของกรุงริย๊าฎ ประเทศซาอุดิอารเบีย ได้ลักลอบมีเพศสัมพันธ์กับสาวใช้ในบ้านสัญชาติอินโดนีเซียอย่างผิดกฎหมายอิสลาม
การเปิดโปงครั้งนี้เกิดจากสาวใช้อินโดฯไม่พอใจเงินที่เชควาฮาบีจ่ายให้นางหลังมีเซ็กส์ เธอจึงนำคลิปที่แอบถ่ายไว้มาเปิดเผยต่อสื่อมวลชน
ภาพเชควาฮาบีขณะปลดกางเกงสาวใช้อินโด http://www.arabiaradio.org/article.cfm?qid=1141&sid=4http://www.anfaaas.com/uploader/files/2452.jpgฟังเทป http://video.google.com/videoplay?docid=5417651374954675774โลด คลิปที่ถ่ายเป็นหลักฐาน http://rapidshare.com/files/133152468/Saudi_Judge_with_Indonisain_Maide.wmv.html วิดีโอคลิปอื้อฉาวของกอฎีย์ Abdullah Habib Saudi Alosqp http://rapidshare.com/files/135408279/SaudiShaikh.rarhttp://rapidshare.com/files/135408279/SaudiShaikh.rarhttp://rapidshare.com/files/135548367/SaudiShaikh.rarโลดความชั่วทางเพศของเชคฮาบีบ ได้ที่นี่เลย http://ar.wordpress.com/tag/indonisian-maid/
[IMG]http://www.uppicweb.com/i/is/20091008_021644.png[/IMG] อ้างจากคุณ fathai9 ประสบการณ์ของคุณอิสหาก ฟูกูโอกะ สวยงามน่าประทับใจมาก ในอิสลามมีความโรแมนติกที่หวานชื่นอยู่มากมาย ถ้ารู้จัก เข้าใจ และเข้าถึง ประการแรก หากเราชอบพอสตรีมุสลิมคนใดก็ตาม ให้เราเข้าไปสอบถามพ่อแม่ของนาง เช่น นางมีนิสัยอย่างไร ? เรื่องศาสนาปฏิบัติเคร่งครัดหรือไม่ ? มีข้อเสีย หรือข้อตำหนิ อย่างไร ? อาทิเช่น เป็นคนขี้เกียจ,เป็นคนไม่ขยัน,เป็นคนไม่ค่อยรักษาความสะอาดหรือ ไม่? เป็นต้น, รวมทั้งศาสนายังสงเสริมให้ถามพ่อแม่ หรือผู้ปกครองของนางเกี่ยวกับสิ่ง ตำหนิตามร่างกาย เช่น นางมีข้อตำหนิอะไรบ้าง ? เช่นนางอาจมีปานสีแดงตรงบริเวณหัว เข่า, นางมีแผลเป็นบริเวณหน้าท้อง เป็นต้น, ครั้นเมื่อฝ่ายชายมาถามพ่อแม่ หรือผู้ ปกครองฝ่ายหญิงแล้ว วาญิบที่พ่อแม่ หรือผู้ปกครองของฝ่ายหญิงจะต้องตอบคำถาม ตามความเป็นจริง แม้ว่าโรคที่สังคมรังเกียจก็ต้องบอกให้แก่ฝ่ายชายรู้นะครับ ทั้งนี้เพื่อให้ ฝ่ายชายกลับไปพิจารณาว่าจะรับข้อบกพร่องของนางได้หรือไม่ ? ฉะนั้นข้อมูลของฝ่าย หญิงจึงถูกต้องค่อนข้าง 100 % เพราะคนที่รู้จักผู้หญิงที่เราจะอยู่กินกับนางในอนาคตคง ไม่มีใครรู้ดีไปกว่าพ่อแม่ หรือผู้ปกครองของนางเป็นแน่ (แนวทางนี้ส่งเสริมให้ฝ่ายหญิง หาข้อมูลจากพ่อแม่ของฝ่ายชายที่มาสู่ขอเช่นกัน) ฟัตวาของยีมุรีดที่ยกมานี้ผิดพลาด บกพร่องมากนะครับ การเอาตำหนิไฝ ฝ้า ราคี อ้วน อวบ ผอม ฯลฯ ของสตรีไปเปิดเผย จะด้วยวาจาหรือรูปถ่ายไม่สมควรทั้งนั้น ตรงข้ามการ ปกปิดเรื่องน่าอายของมุสลิม เป็นสิ่งที่อัลลอฮฺ(ซ.บ)พอใจ อัลลอฮฺ(ซ.บ)จะปกปิดเรื่องน่า อายของเราในวันกิยามะฮฺ กรณีของการคบหา การดูตัวเพื่อการสู่ขอ ขอยกให้กรณีของคุณอิสหากเป็นตัวอย่างที่ ชัดเจน สวยงาม ถูกต้อง ชอบธรรม สมบูรณ์แบบมาก ส่วนกรณีของผม ใช้เวลาไม่มากเท่า ของคุณอิสหาก แต่ก็ จบลงด้วยการแต่งงานเมื่อปี 2537 และยังคงเป็นไปเหมือน นิทานหลายๆเรื่องที่จบคล้ายๆกันว่า ทั้งสองได้ครองรักกันอย่างมีความสุขตลอดไป อินชา อัลลอฮฺ ****************************************************************************************** ผมเห็นด้วยกับคุณ ฟ้าไทครับ
อ้างจากคุณ fathai9
ของคุณอิสหาก แต่ก็ จบลงด้วยการแต่งงานเมื่อปี 2537 และยังคงเป็นไปเหมือน
******************************************************************************************
ผมเห็นด้วยกับคุณ ฟ้าไทครับ